วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551


การคมนาคมสำนักงานในอนาคต
เครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่จะกลายเป็นเครื่องที่เร็วและเร็วกว่า เทคโนโลยีของ จอ (VDUs) ราบจะมีผู้ใช้เป็นมากขึ้น เพื่อรักษาช่องว่าง ส่วนคีย์บอร์ดจะถูกเครื่องย้ายไปทีละน้อยโดยชุดหูฟังและไมโครโฟนเพื่อรักษาการพิมพ์
Microchips จะถูกผลิตขึ้นให้มีสติปัญญาที่ 2,000,000,000 คำสั่ง (ตามโรงงานชิปแห่งสหรัฐอเมริกา - บริษัท Intel)

Fax Modem


รู้จักกับ Modem แบบต่าง ๆ และหลักการเลือกซื้อให้ถูกวิธี
โมเด็ม หรือ Modem ย่อมาจากคำว่า Modulation/Demodulation มีหน้าที่หลักคือ ทำการแปลงสัญญาณ ดิจิตอล ให้เป็นสัญญาณ เสียง และแปลง สัญญาณเสียง กลับมาเป็น สัญญาณดิจิตอล หรือทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ก็คือทำการแปลงข้อมูลต่าง ๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถส่งออกไปทางคู่สายโทรศัพท์ได้ โดยที่ปลายทางก็จะมี Modem ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงที่ได้ กลับมาเป็นข้อมูลต่าง ๆ เหมือนเดิมได้
ประโยชน์ที่เห็นและใช้งานกันค่อนข้างมาก คือการนำมาใช้สำหรับส่งข้อมูลต่าง ๆ หรือใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต นั่นเอง ซึ่งในที่นี้จะขอแนะนำให้ทำความรู้จักกับ โมเด็มแบบต่าง ๆ ไว้พอเป็นพื้นฐาน สำหรับการทำความเข้าใจเบื้องต้น
มาตราฐานต่าง ๆ ของโมเด็ม
สมัยแรก ๆ โมเด็มที่มีใช้งาน จะมีความเร็วแค่เพียง 1,200 bps เท่านั้น และได้มีการพัฒนาความเร็วให้มากขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน ความเร็วของโมเด็มBaud Rate คืออัตราการเปลี่ยนแปลงของลูกคลื่นสัญญาณ โดยมากจะมีค่าเป็น 2,400Bit Rate คืออัตราการส่งข้อมูล ที่สามารถรับส่งได้จริง
ในส่วนของโมเด็มที่มีความเร็วสูงกว่า 33.6Kbps หรือที่เห็นเป็น 56Kbps นั้น ความจริงแล้วจะมีอัตราการรับข้อมูลได้สูงสุด ไม่เกิน 53Kbps และสามารถส่งข้อมูลได้สูงสุดเพียงแค่ประมาณ 33.6Kbps เท่านั้น ลองนึกภาพการเอาโมเด็มแบบ 56Kbps 2 ตัวมาต่อกันโดยตรง จะเห็นว่าถ้าหากอัตราการส่งข้อมูล จะได้ไม่เกิน 33.6Kbps หมายความว่า เราจะสามารถต่อโมเด็ม 2 ตัวด้วยกันตรง ๆ ได้ความเร็วไม่เกิน 33.6Kbps นะครับ หลายท่านคงจะงง ว่าแล้วที่เห็นความเร็วได้สูงกว่านั้นล่ะ คืออะไร คำตอบก็คือระบบ โมเด็มที่ ISP ส่วนใหญ่ใช้งานกันในการให้บริการด้วยความเร็ว 56Kbps จะเป็นการต่อโดยตรง เข้ากับชุมสายโทรศัพท์แบบดิจิตอล จึงทำให้สามารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุด 53Kbps ได้ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพ ของคู่สายและองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย)
นอกจากนี้ หากการเชื่อมต่อโมเด็มในแบบ 56Kbps โดยมีการต่อผ่านระบบ PABX หรือระบบโทรศัพท์ตู้สาขาต่าง ๆ (เช่น ตามหอพักหรือโรงแรม) จะสามารถเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงสุดที่ประมาณ 33.6Kbps เท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ระบบ PABX จะมีการลดทอนระดับสัญญาณต่าง ๆ ลงไปอีก หากต้องการต่อใช้งานให้ได้ความเร็วใกล้เคียงกับ 56Kbps ก็ต้องต่อโดยใช้ สายโทรศัพท์ที่เป็นสายตรงจากชุมสายโทรศัพท์เท่านั้น
มาตราฐานของ X2, K56Flex และ V.90
ครั้งแรกที่มีการคิดมาตราฐานของโมเด็มที่มีความเร็วสูงกว่า 33.6Kbps หรือที่เรียกว่า 56Kbps จะมีอยู่ 2 มาตราฐานที่เกิดขึ้นมาก่อน แต่ไม่สามารถใช้งานด้วยกันได้ นั่นคือ X2 และ 56K Flex ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานโมเด็ม ของทั้งสองมาตราฐานนี้ จะต้องใช้งานกับ ISP ที่รองรับระบบนั้น ๆ เท่านั้น ต่อมา เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหานี้ และการทำให้เป็นมาตราฐานเดียวกัน จึงได้มีมาตราฐาน V.90 เกิดขึ้นสำหรับการใช้งานในความเร็ว 56Kbps ซึ่งโมเด็มหลาย ๆ ยี่ห้อก็จะมีความสามารถ upgrade จากระบบเดิมให้เป็นแบบ V.90 ได้ด้วย ดังนั้นหากจะเลือกซื้อโมเด็มมาใช้งานในปัจจุบัน ควรเลือกยี่ห้อหรือรุ่นที่รองรับมาตราฐาน V.90 ไว้ด้วย เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาในการใช้งาน
ควรจะเปลี่ยนโมเด็มตัวใหม่หรือยัง
จากประสบการณ์การใช้งานจริง โดยการใช้โมเด็มที่มีความเร็วตั้งแต่ 28.8Kbps, 33.6Kbps และ 56Kbps จะมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก โดยที่โมเด็มความเร็ว 56Kbps ที่เคยใช้งานจะสามารถต่อได้จริงที่ประมาณ 45Kbps ซึ่งหากเทียบกับการใช้งานโมเด็ม 28.8Kbps แล้วบอกได้เลยว่า ไม่รู้สึกถึงความแตกต่างมากนัก โดยเฉพาะ การใช้งานเล่น อินเตอร์เน็ต เปิดเว็บเพจแบบทั่ว ๆ ไป แต่ถ้าหากเป็นการใช้สำหรับดาวน์โหลดข้อมูลหรือไฟล์ต่าง ๆ ก็จะรู้สึกได้ว่าโมเด็มแบบ 56Kbps จะเร็วกว่าหน่อยนึง ดังนั้น หากใครที่ใช้โมเด็มความเร็วที่ 28.8Kbps อยู่ตอนนี้บอกได้เลยว่าไม่คุ้มที่จะเปลี่ยนเป็น 56Kbps ครับ ยกเว้นว่าคุณจะเป็นนักดาวน์โหลดข้อมูล ที่เน้นการดาวน์โหลดจริง ๆ
ใช้โมเด็มแบบ Internal หรือ External ดี
ลักษณะของโมเด็มสามารถแบ่งตามรูปร่างได้เป็น 2 แบบคือแบบติดตั้งภายใน (Internal) และแบบติดตั้งภายนอก (External) ทั้งสองอย่างนี้ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อลองพิจารณาข้อมูล ความแตกต่างและการใช้งาน
Internal Modem
External Modem
ราคาถูก
ราคาแพง
ติดตั้งยาก ต้องเปิดฝาเครื่องเพื่อติดตั้ง
ติดตั้งโดยใช้สายเคเบิลต่อผ่าน Serial Port
ไม่เปลือง Serial Port ของเครื่องคอมพิวเตอร์
จะเปลือง Serial Port เพราะใช้ในการต่อกับโมเด็ม
เคลื่อนย้ายไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ลำบาก
เคลื่อนย้ายไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ง่าย
ต้องการ ซีพียู ความเร็วสูงหรือ MMX ขึ้นไป
ใช้กับ ซีพียู รุ่นเก่า ๆ ได้
ไม่ต้องมีการต่อสายไฟหรือแหล่งจ่ายไฟเพิ่มเติม
ต้องมีแหล่งจ่ายไฟและต่อสายไฟต่างหาก
พบปัญหาต่าง ๆ ได้บ่อย เช่นสายหลุดง่าย
ไม่ค่อยมีปัญหาในการใช้งาน
WinModem
มีโมเด็มบางประเภทที่ทำเป็นการ์ดเสียบในเครื่อง โดยตัดฟังค์ชันการควบคุมออกไป เหลือแต่ตัวแปลงสัญญาณ แล้วใช้ซีพียูทำงานแทน มักจะเรียกกันว่า WinModem หรือ Modem Riser โมเด็มประเภทนี้มีข้อดีคือ จะมีราคาถูกแต่จะต้องการซีพียู ที่มีความเร็วสูง ๆ จึงจะใช้งานได้ ข้อเสียคือ จะต้องใช้ซีพียูในการทำงานด้วยส่วนหนึ่ง จึงเป็นการไปถ่วงการทำงานของซีพียู จึงมักจะไม่นิยมใช้งานกัน
Voice โมเด็ม
ในโมเด็มบางรุ่น มีการเพิ่มความสามารถในการจัดการเรื่องของเสียงเข้าไป ทำให้สามารถใช้งานโมเด็มได้มากขึ้นเช่น เป็นระบบรับฝากข้อความ ระบบ Voice Mail Box หรือระบบการตอบรับโทรศัพท์ต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ที่มีมาให้ด้วย นอกจากนี้ โมเด็มบางรุ่นสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องเปิดเครืองคอมพิวเตอร์ไว้ก็ได้ เช่นตั้งให้เป็นเครื่องรับ FAX ได้โดยไม่ต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ โดยที่ราคาของโมเด็มแบบนี้ก็อาจจะแพงกว่าแบบธรรมดา
FAX โมเด็ม
โมเด็มที่มีความเร็วตั้งแต่ประมาณ 9,600 bps ขึ้นไปส่วนใหญ่จะมีการเพิ่มความสามารถในการรับส่ง FAX เข้ามาด้วย ที่จริงแล้ว การรับส่ง FAX กับการรับส่งข้อมูลของโมเด็มจะเป็นคนละมาตราฐานกัน และชุดคำสั่งก็จะแตกต่างกัน ดังนั้น หากเลือกซื้อโมเด็มใหม่ ก็ลองสังเกตุตรงนี้ด้วย ว่าสามารถใช้งานการรับส่ง FAX ได้ด้วยหรือไม่ หลักการใช้งานของ FAX โมเด็มคือ ในการส่ง FAX นั้น Windows ก็จะมองว่า FAX โมเด็มนั้นเป็นเครืองพิมพ์ตัวหนึ่ง ที่กำลังจะพิมพ์งานออกไป ส่วนการรับ FAX ก็จะมองว่าเป็นการรับไฟล์รูปภาพของ FAX ที่กำลังจะส่งเข้ามานั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้ซอฟต์แวร์ WINFAX ในการใช้งานรับส่ง FAX เพราะเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้ค่อนข้างง่าย
No dial tone detectการแก้ไขปัญหา No dial tone detect เมื่อทำการต่ออินเตอร์เน็ต ถ้าข้อความแบบนี้เกิดขึ้น (มักจะเป็นกับบางคู่สายโทรศัพท์) ปีญหานี้เกิดจากตัวชิปของโมเด็ม ไม่สามารถรับรู้สัญญาณ dial tone ที่ส่งมาจากชุมสายโทรศัพท์ได้ ด้วยเหตุผลอะไรซักอย่าง การแก้ไขทำได้โดยการยกเลิกการ detect dial tone ออกซะ โดยการเลือกที่เมนู Properties ของ Connection นั้น ๆ เลือกที่ Configure... และเลือกที่ Connection ทำการยกเลิกการติ๊กที่ช่อง Wait for dial tone before dialing ครับ
การแก้ไขปัญหาสายหลุดบ่อยเป็นปัญหาที่อาจจะยังไม่มีวิธีการแก้ไขที่ดีนัก แต่ให้ลองใส่ค่า s10=255 เข้าไปในช่องของ Extra Setting โดยเข้าที่ Properties >> Configure >> Connection >> Advanced >> Extra Setting ครับ อาจจะช่วยได้บ้าง
ทั้งหมดนี้ คงจะทำให้ได้รู้จักกับโมเด็มกันมากขึ้นบ้างนะครับ อาจจะไม่มีรายละเอียดมากนักแต่หวังว่าอย่างน้อย คุณก็ได้รู้จักกับอุปกรณ์ ที่ต้องใช้งานกันอยู่เกือบทุกวันได้มากขึ้น

Floppy

ฟล็อปปี้ไดรฟ์
การใช้ฟล็อปปี้ไดรฟ์ ให้ทำดังนี้
ใส่แผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วเข้าไปในไดรฟ์โดยใส่ด้านที่เป็นโลหะเข้าไปก่อนและหงายด้านที่เป็นฉลากขึ้น
ดันฟล็อปปี้ดิสก์เข้าไปในไดรฟ์จนกว่าปุ่มสำหรับนำดิสเก็ตต์ออกจะยื่นออกมานอกไดรฟ์
ข้อสังเกต: คุณไม่ควรใส่แผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ไว้ในไดรฟ์ขณะที่เดินทาง เพราะอาจทำให้ปุ่มสำหรับนำดิสเก็ตต์ออกแตกหรืออาจทำให้ไดรฟ์เสียหายได้
การนำแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ออกจากไดรฟ์ ให้ทำดังนี้
กดปุ่มสำหรับนำดิสเก็ตต์ออก
ดึงแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ออกจากไดรฟ์

CD Zoom

ซีดีรอม(CD-ROM )
แผ่นซีดีรอมเป็นสื่อในการเก็บข้อมูลแบบออปติคอล (Optical Storage) ใช้ลำแสงเลเซอร์ในการอ่านข้อมูล แผ่นซีดีรอม ทำมาจากแผ่นพลาสติกเคลือบด้วยอลูมิเนียม เพื่อสะท้อนแสงเลเซอร์ที่ยิงมา เมื่อแสงเลเซอร์ที่ยิงมาสะท้อนกลับไป ที่ตัวอ่านข้อมูลที่เรียกว่า Photo Detector ก็อ่านข้อมูลที่ได้รับกลับมาว่าเป็นอะไร และส่งค่า 0 และ 1 ไปให้กลับซีพียู เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป ความเร็วของไดรฟ์ซีดีรอม มีหลายความเร็ว เช่น 2x 4x หรือ 16x เป็นต้น ซึ่งค่า 2x หมายถึงไดรว์ซีดีรอมมี ความเร็วในการหมุน 2 เท่า ไดรส์ตัวแรกที่เกิดขึ้นมามีความเร็ว 1x จะมีอัตราในการโอนถ่ายข้อมูล (Data Tranfer Rate) 150 KB ต่อวินาที ส่วนไดรฟ์ที่มีความเร็วสูงกว่านี้ ก็จะมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล
ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล (Access Time) ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลคือ ช่วงระยะเวลาที่ไดรว์ซีดีรอมสามารถอ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีรอม แล้วส่งไป ประมวลผล หน่วยที่ใช้วัดความเร็วนี้คือ มิลลิวินาที (milliSecond) หรือ ms ปกติแล้วความเร็วมตราฐานที่ เป็นของไดรว์ซีดีรอม 4x ก็คือ 200 ms แต่ตัวเลขนี้จะเป็นตัวเลขเฉลี่ยเท่านั้น เป็นไปไม่ได้แน่นอนว่าไดรว์ ซีดีรอมจะมีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลบนแผ่นซีดีรอมเท่ากันทั้งหมด เพราะว่าความเร็วที่แท้จริงนั้นจะขึ้นอยู่ กับว่าข้อมูลที่กำลังอ่าน อยู่ในตำแหน่งไหนบนแผ่นซีดี ถ้าข้อมูลอยู่ในตำแหน่งด้านใน หรือวงในของแผ่นซีดี ก็จะมีความเร็วในการเข้าถึงสูง แต่ถ้าข้อมูลอยู่ด้านนอกหรือวงนอกของแผ่น ก็จะทำให้ความเร็วลดลงไป

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ส่งงานแปลคลิปจาก CD แผ่นที่ 3 คะ เรื่อง "CPU"


หน่วยประมวลผลกลาง (central processing unit) หรือที่นิยมเรียกย่อ ๆ ว่า ซีพียู (CPU) เป็นส่วนตีความ และประมวลผล ตามชุดของคำสั่งเครื่องจากซอฟต์แวร์
หน่วยประมวลผลเปรียบเสมือนเป็นสมองของคอมพิวเตอร์ ในการทำหน้าที่ตัดสินใจหรือคำนวณ จากคำสั่งที่ได้รับมา เช่น การเปรียบเทียบ การกระทำการทางคณิตศาสตร์ ฯลฯ
โดยมีกระบวนการพื้นฐานคือ
อ่านชุดคำสั่ง (fetch)
ตีความชุดคำสั่ง (decode)
ประมวลผลชุดคำสั่ง (execute)
อ่านข้อมูลจากหน่วยความจำ (memory)
เขียนข้อมูล/ส่งผลการประมวลกลับ (write back)

สถาปัตยกรรมของหน่วยประมวลผลกลาง ประกอบไปด้วย ส่วนควบคุมการประมวลผล (control unit) และ ส่วนประมวลผล (execution unit) และจะเก็บข้อมูลระหว่างการคำนวณ ไว้ในระบบเรจิสเตอร์

ส่งงานแปล คลิป VDO จาก CD แผ่นที่ 3 นะครับ เรื่อง "BUS"


BUS หมายถึง ช่องทางการขนถ่ายข้อมูลจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอุปกรณ์หนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ เป็นสายทองแดงที่วางตัวอยู่บนแผงวงจรของเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ต่างๆ ความกว้างของระบบบัส จะนับขนาดข้อมูลที่วิ่งอยู่โดยจะมีหน่วยเป็น บิต (BIT)บัสจะมีความกว้างหลายขนาด ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องพีซี เช่น บัสขนาด 8 บิต 16 บิต และ 32 บิต โดยปัจจุบันจะกว้าง 16 บิต บัสยิ่งกว้างจะทำให้การส่งถ่ายข้อมูลจะทำได้ครั้งละมากๆ จะมีผลทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นทำงานได้เร็วตามไปด้วยบัสเป็นเส้นทางหลักของคอมพิวเตอร์ในการเชื่อมโยงการ์ดขยายทุกชนิด ไปยังไมโครโพรเซสเซอร์ โดยทางคอนโทรลเลอร์ DMAบัสแบ่งได้เป็น 4 ส่วนใหญ่ๆดังนี้

1. สายไฟฟ้า (POWER LINE) จะให้พลังไฟฟ้ากับการ์ดขยายต่างๆ

2. สายควบคุม (CONTROL LINE) ใช้สำหรับส่งผ่านสัญญาณเวลา (TIMING SIGNS) จากนาฬิกาของระบบ และส่งสัญญาณอินเตอร์รัพต์

3. สายแอดเดรส (ADDRESS LINE) ข้อมูลใดๆที่จะถูกส่งผ่านไป แอดเดรสเป้าหมายจะถูกส่งมาตามสายข้อมูลและบอกให้ตำแหน่งรับข้อมูล (แอดเดรส) รู้ว่าจะมีข้อมูลบางอย่างพร้อมที่จะส่งมาให้

4. สายข้อมูล (DATA LINE) ไมโครเมตรจะตรวจสอบว่ามีสัญญาณแสดงความพร้อมหรือยัง (บนสาย I/O CHANNEL READY) เมื่อทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ข้อมูลก็จะถูกส่งผ่านไปตามสายข้อมูล

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

The office electronic


การพบประพูดคุยผ่านทาง video conferencing ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาหรือชุมนุม การใช้ Video เชื่อมต่อระหว่างสถาที่ คือความสามารถหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีกล้องดิจิตอลที่สามารถปรับแต่งอยู่ด้านบนสุดของจอภาพ


preeyaporn sangwara arn here

แปรภาษาอังกฤษ จาก CD แผ่นที่ 2 คะ


ทางด่วน BT ใช้ความกว้างเต็มใหม่ ISDN แถบ ความเร็วปัจจุบันของระบบคือ 128 kbps สิ่งที่คือ considerably ที่เร็วกว่ากว่าโมเด็มเร็วที่สุด
ระบบนี้ใช้พร้อมกันใช้เพราะโทรศัพท์และอินเตอร์เนตหรือเส้นแฟ็ก เมื่อระบบถูกใช้บนด้วยตัวเองของมัน-อันใดอันหนึ่งเป็น fax,internet หรือเส้นโทรศัพท์อัตราของข้อมูลโยกย้ายคือ 128 kbps Whtn มันถูกใช้ในโหมดพร้อมกันข้อมูลโยกย้ายอัตราคือ 64 kbps -เส้นอย่างได้ผลแบ่งในครึ่ง

รายงานตัวค่ะ

siranee thawarit 5011428022 it.01 arm here

the offic electronic


เครื่อข่ายพื้นที่กว้าง จะไม่มีอุปกรณ์ถาวรในการเชื่อมต่อเพราะ เพราะสถาณีเครือข่ายของมันจะขยายออก ในส่วนความแตกต่างของแต่ละประเทศ โทรศัพท์และเทคโนโลยีโมเด็มที่จะติดต่อระหว่างสถานีเครือข่ายระยะไกลและเครื่องแม่ข่ายศูนย์กลาง

รายงานตัวนะครับ

M.R. CHALAMTORN BUASAWANG arm here (ผมมาแล้ว...)

The Electroonic office


พวกเรานั้นสามารถพูดและติดตามการเปลี่ยนแปลงได้ทาง

-การใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงควบคู่กับการติดต่อสื่อสารทั้งภายนอกภายใน

-สำนักงานที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางโทรศัพท์ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ การทำงานรวดเร็วและบันทึกเกี่ยวกับการเงินได้

มาเรียนวันจันทร์เช้า

Mr.kittipong Chueton
arm here

มาเรียนวันจันทร์(เช้า)

Piyawan Raksakeaw
am here

รายงานตัว

siranee thawarit 5011428022 arm here

มาเรียนวันจันทร์เช้า

MissKassara Chanoodhom
arm here

the office Electronic (ส่งงานที่แปลนะครับอาจารย์ CD แผ่น 2)


คำแปล (แปลไม่ตรงนะครับอาจารย์แต่ก็ตั้งใจแปลแล้ว)
การคมนาคมที่มีความรวดเร็ว อาจมีการส่งข้อมูลเป็นระบบทิศทางเดียวกัน แตกต่างจากเครื่อข่ายที่การส่งข้อมูลอาจจะเป็นไปแบบ 2 ทิศทาง หากข้อมูลปัญหาในการ รัน จะส่งผลให้ระบบหยุดทำงานลง ระบบเหล่านี้มีความยากในการติดตั้ง
จาก นาย ชลัมธร บัวสว่าง 5011428027

am study in today

ข้อมูลข่าวดิจิมอน


Digimon Savers Mascot Keychain
We have another picture about the Mascot Keychain based on the "Digivice iC" and it seems to be also compatible with the DataCarddass machine। This also gives us a brief introduction of the series.The protagonist, Masaru, is a second year Junior High student, and is undefeated in battle. Although his skills with personal computers and technology are lacking, his father (now missing) is the leading authority on "Digital World" research.He meets the Digital Monster Agumon, who has escaped from DATS (Digital Analysis and Testing Squad), a secret government organization. Despite terrible first impressions, the two become best friends by talking with their "fists".With the other members of DATS, Masaru and Agumon work to investigate various incidents involving the Digital World and Digital Monsters, to try and get to the bottom of things...

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551


คอมพิมเตอร์คุณภาพความความเร็วสุง

Model Name ATEC Premier X2 4200

Processor type AMD Athlon™ 64 X2 Dual-core processor 4200+* (Socket AM2)

Mainboard AMD 690G, socket AM2, 2PCI, 1PCI-Ex16, 1PCI-Ex1, 2DDR2 Dual Channel, 6USB (2F/4R:8USB max), SATAII+RAID 0,1,0+1
1Serial,1 Parallel, I
EEE1394 & DVI/HDMI Technology

System Memory 1024 MB RAM DDR2 533 Dual Channel (PC4200/512x2)

HDD 160 GB harddisk 7,200rpm Serial ATA II

VGA 128 MB DDR2 nVidia Geforce 7200GS PCI-Express

Optical Drive DVD +/- R/RW drive

LAN Gigabit Ethernet 10/100/1000Mbps WOL

Sound High Difinition 8 channel AC'97 audio codecเสียง

Card Reader 35 in 1 Media Reader

Modem 56Kbps V.92 internal fax modem

keyboard, ATEC Optical scroll mouse [PS/2]Case ATEC ATX medium tower

case ตัวเครีองใช้คีบอดและเมาร์SPS 350 watts ATX switching power supply

CPU Fan CPU Cooling Fan AMD Approved

Speaker 300 watts PMPO Stereo speaker

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ไอที ไอนิว ไอโฟน IT INEW IPhone
ไอโฟน (iPhone) เป็นโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตและมัลติมีเดีย ผลิตและจำหน่ายโดยบริษัทแอปเปิล โดยการทำงานของไอโฟนสามารถใช้งานส่งอีเมล ใช้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่งเอสเอ็มเอส ท่องอินเทอร์เน็ตผ่านทางซอฟต์แวร์ซาฟารี ค้นหาแผนที่ ฟังเพลง และความสามารถอื่น โดยมีอุปกรณ์หลักประกอบด้วย Wi-Fi (802.11b/g) บลูทูธ 2.0 และกล้องถ่ายภาพ 2.0-megapixel ไอโฟนรุ่นแรกมีลักษณะ 2.5G quad band GSM และ EDGE และรุ่นที่สองใช้ UMTS และ HSDPA
แอปเปิลได้เปิดเผยไอโฟนรุ่นแรกโดย
สตีฟ จอบส์ ในงานแม็คเวิลด์ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 และวางจำหน่ายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ไอโฟนได้ชื่อว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมประจำปีจากนิตยสารไทม์ ประจำปี 2550[1] ไอโฟน 3G หรือไอโฟนรุ่นที่สอง ได้มีการเปิดตัวในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2551 โดยมีการเปิดตัวของคุณสมบัติการใช้งาน GPS ร่วมเข้ามา
การทำงานของโทรศัพท์ไอโฟนนี้จะแตกต่างจากโทรศัพท์มือถืออื่น โดยไอโฟนจะไม่มีปุ่มสำหรับกดหมายเลขโทรศัพท์ โดยการทำงานทั้งหมดจะทำงานผ่านหน้าจอโดยการสัมผัส
มัลติทัชผ่านคำสั่งต่างๆ โดยมีระบบปฏิบัติการหลักแมคโอเอสเท็น และมีระบบเซ็นเซอร์ในการรับรู้สภาพของเครื่องเพื่อกำหนดการแสดงผลของจอภาพ เช่นหากวางเครื่องในแนวตั้งระบบก็จะปรับให้แสดงผลในแนวตั้ง หากวางในแนวนอนระบบก็จะแสดงผลในแนวนอน
การวางจำหน่าย
ไอโฟนเริ่มมีวางจำหน่ายครั้งแรกเฉพาะใน
สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 โดยร่วมมือกับเครือข่ายเอทีแอนด์ทีไวร์เลสส์ (ในขณะนั้นในชื่อ ซิงกิวลาร์ไวร์เลสส์) โดยก่อนวันจำหน่ายร้านแอปเปิลได้ปิดร้านในช่วงบ่าย 2 โมงเพื่อเตรียมตัวขายไอโฟนในเวลา 6 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ใช้รอคิวเข้าซื้อเป็นจำนวนมาก โดยทางแอปเปิลขายไอโฟนได้ 270,000 เครื่อง ในช่วง 30 ชั่วโมงที่เปิดจำหน่ายโดยในปัจจุบันไอโฟนรุ่นแรกมีวางจำหน่ายในหกประเทศได้แก่ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย และสหรัฐอเมริกา
โดยในวันที่
11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ไอโฟนรุ่นใหม่ หรือที่รู้จักในชื่อ ไอโฟน 3G จะมีการวางจำหน่ายใน 22 ประเทศ ซึ่งรวมถึง 6 ประเทศที่มีวางจำหน่ายแล้ว และหลังจากนั้นจะมีวางจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีกใน 48 ประเทศทั่วโลก รวมเป็นทั้งหมด 70 ประเทศ โดยในอาเชียนจะมีประเทศสิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ที่มีการจำหน่ายไอโฟนอย่างเป็นทางการโดยในสหรัฐอเมริกานั้น ผู้ซื้อไอโฟนรุ่นใหม่จำเป็นต้องจดสัญญากับเอทีแอนด์ทีเป็นระยะเวลาสองปี ประเทศที่มีจำหน่ายไอโฟนอย่างเป็นทางการประเทศที่มีจำหน่ายไอโฟนรุ่นแรกแล้ว ประเทศที่จะจำหน่ายไอโฟนวันที่ 11 ก.ค. 2551 ประเทศที่จะมีจำหน่ายไอโฟนในเวลาต่อมา

ข้อมูลทั่วไป Apple iPhone - ไอโฟน
- เปิดตัวครั้งแรก 9 มกราคม 2007 (สยามโฟนฯ)
- ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 2-3 ปี 2007 (มิถุนายน 50)
-
ราคาเปิดตัว 499 เหรียญ US (สำหรับความจุ 4GB)- ราคา 599 เหรียญ US (สำหรับความจุ 8GB)


ขนาด : 115 x 61 x 11।6 มิลลิเมตร

น้ำหนัก 135 กรัม

ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)

- ระบบ Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz)
- จอสัมผัส Wide Screen 3।5 นิ้ว - 320 x 480 พิกเซล
- แสดงผลแนวตั้ง-นอน (Landscape & Portrait mode)
- ระบบปฎิบัติการ MAC OS X
- ปุ่มควบคุม Joystick 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)

- ควบคุมการใช้งานด้วยปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอ
- คีย์บอร์ด QWERTY บนหน้าจอ
- เสียงเรียกเข้า MP3/ACC, ระบบสั่น (Vibration in Phone)
- หน่วยความจำ 4GB และ 8GB (ตัวเครื่อง)
ระบบเชื่อมต่อและส่งข้อมูล (Connectivity)

- ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)
- WiFi 802.1b/g , WLAN (Wireless LAN)
- บลูทูธ 2।0 Bluetooth™ with EDR, USB
- ใช้งานอินเตอร์เน็ต HTML (Safari Browser)
รับ-ส่งข้อความ (Messaging)
- อีเมล์ Email (POP3/SMTP/IMAP4)

- MMS, EMS, SMS ผ่าน EDGE
จุดเด่นและคุณสมบัติพิเศษ (Feature)
- กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล (Digital Camera)
- บันทึกภาพวีดีโอ พร้อมเครื่องเล่น (Video recording & Playback)
- เครื่องเล่น MP3/ACC Player
- ปฎิทิน, จดบันทึก, สมุดโทรศัพท์, อัลบั้มรูป
การใช้งานของแบตเตอรี่
- แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion - mAh (Standard Battery)
- สนทนาต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง (Talk Time)
- ฟังเพลงต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง (Music Time

Introducing iPhone
โทรศัพท์มือถือที่ออกมาในแบบ PDA ตัวเครื่องขนาดบาง หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ เหมาะสมกับการใช้งานอินเตอร์เน็ต รับ - ส่งอีเมล เต็มตากับการชมวีดีโอ และยังคงไม่ทิ้งคุณสมบัติเครื่องเล่นเพลง ที่ควบคุมการเล่นเพลงด้วยปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอ ผู้ใช้สามารถทำการโทรออกได้จากรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ หรือบันทึกรายการโทร มีฟังค์ชั่นตัดเสียง (Mute) สนทนาผ่านลำโพง (Speaker phone) ในส่วนของการส่งข้อความก็สะดวกในการพิมพ์ด้วยคีย์บอร์ดเสมือนจริงบนหน้าจอแบบ QWERTY ท่องโลกอินเตอร์เน็ตกับ Safari browser แสดงได้เต็มหน้าเว็บเพจพร้อมฟังค์ชั่นการซูม ที่ควบคุมได้แค่ปลายนิ้ว iPhone ยังเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดี เพราะมี Google Maps แสดงแผนที่ และภาพถ่ายดาวเทียม พร้อมรับข้อมูลทางด้านการจราจร นอกจากนี้ยังมี Widgets ที่คอยรายงาน สภาพภูมิอากาศให้คุณแบบ Real time

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
1 IPhone ไอโฟน = ไอโฟน
2 Spec สเป๊ก = ข้อมูลตัวเครื่อง
3. Wireless LAN ไวเลต แลน = การเชื่อมต่อหลายทิศทาง
4. Digital Camera ดิจิตอล แคมเมอร่า = กล้องถ่ายดิจิตอล
5. Wide Screen ไวสกรีน = จอสัมผัส